ระดับคลาสของพาร์ทเนอร์ Gojek 

(ปรับรอบเวลาทำแต้มและการติดคลาส)

การตัดรอบและการปรับคลาส (อัปเดตแบบใหม่)

เพื่อให้พาร์ทเนอร์คนขับเข้าใจง่ายเกี่ยวกับการนับรอบสะสมแต้มและการติดคลาส บริษัทจึงได้กำหนดรอบการสะสมและการติดคลาสให้ใหม่ ดังนี้ค่ะ

ระยะเวลาทำแต้มสะสม ระยะเวลาที่ติดคลาส
26 ก.พ. – 25 มี.ค. 64 1- 30 เม.ย. 64
26 มี.ค. – 25 เม.ย. 64 1- 31 พ.ค. 64
26 เม.ย. – 25 พ.ค. 64 1- 30 มิ.ย. 64
26 พ.ค. – 25 มิ.ย. 64 1- 31 ก.ค. 64
26 มิ.ย. – 25 ก.ค. 64 1- 31 ส.ค. 64

สำหรับพาร์ทเนอร์ที่เริ่มสะสมแต้มมาตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา (นับรอบแบบเก่า) ยังคงสามารถสะสมแต้มได้จนถึงวันที่ 10 ก.พ. 64  และจะถูกนำมาคำนวณสำหรับการติดคลาสในรอบเดือนมีนาคมด้วย

การแจ้งแต้มสะสม

พาร์ทเนอร์จะได้รับข้อมูลความแจ้งเตือนว่าในช่วงที่กำลังสะสมแต้มอยู่นั้น มีจำนวนแต้มสะสมในรอบนั้นอยู่เท่าไหร่แล้ว โดยสามารถเช็คข้อความได้ผ่านทางแอปคนขับทุกวันพฤหัสบดีของการทำรอบค่ะ

การติดคลาส

สำหรับการติดคลาสจะมีการใช้แต้มสะสม จำนวนวันขั้นต่ำที่ต้องรับงาน และคะแนนดาวเฉลี่ย มาเป็นตัวกำหนดคลาสแทน พาร์ทเนอร์คนขับสามารถดูรายละเอียดเพิ่มได้ตามภาพด้านล่าง

ระดับคลาสของพาร์ทเนอร์โกเจ็ก

แบ่งออกทั้งหมด 4 ระดับ ดังนี้

  • Ultra Pro ย่อได้ว่า UTP
  • Super Pro G ย่อได้ว่า SPG
  • Super Pro T ย่อได้ว่า SPT
  • Pro ย่อได้ว่า P

เงื่อนไขการติดคลาสของพาร์ทเนอร์คนขับป้ายขาว

เงื่อนไขการติดคลาสของพาร์ทเนอร์คนขับป้ายเหลือง

 

  • แต้มขั้นต่ำ คือ จำนวนแต้มที่พาร์ทเนอร์สะสมเพื่อให้ได้เป็นคลาสในระดับที่ตนเองต้องการ โดยจำนวนแต้มแต่ละงานจะแตกต่างกันโดยขึ้นปัจจัยด้านเขตและเวลาการรับงาน 
  • จำนวนวันขั้นต่ำที่ต้องรับงานในรอบ คือ จำนวนวันรับงานตามรอบระยะเวลาที่กำหนด และจำนวนวันนั้นจะนับเป็น 1 วันได้ พาร์ทเนอร์ต้องมีการรับงานสำเร็จอย่างน้อย 1 งานในวันนั้น  
  • คะแนนดาวเฉลี่ย คือ คะแนนดาวที่ได้รับจากลูกค้า ซึ่งจะต้องมีค่าเฉลี่ยในรอบนั้นตามที่กำหนด 

ทั้งนี้ การติดคลาสจะต้องผ่านเกณฑ์เงื่อนไขทั้ง 3 ข้อก่อนจึงจะได้ติดคลาสในระดับนั้นๆ หากไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่ง พาร์ทเนอร์จะถูกปรับให้ลดเหลือในคลาสที่อยู่ต่ำกว่า เช่น

ตัวอย่าง 1 ช่วงวันที่ 26 ก.พ. – 25  มี.ค. 64 พาร์ทเนอร์สุรชัย (ป้ายขาว) สะสมแต้มได้ 2,750 แต้ม จำนวนวันที่รับงาน 15 วัน และมีคะแนนดาวเฉลี่ย 4.6 

พาร์ทเนอร์สุรชัยจะไม่ได้ติดคลาสเป็นคนขับ Ultra Pro เนื่องจากจำนวนวันรับงานไม่ถึง 23 วัน และมีคะแนนดาวเฉลี่ยไม่ถึง 4.8 ถึงแม้ว่าจะมีแต้มสะสมครบตามที่กำหนดก็ตาม ดังนั้น พาร์ทเนอร์สุรชัยจะติดคลาสในรอบวันที่ 1- 30 เม.ย. 64 เพียง Super Pro G เท่านั้น

 

ตัวอย่าง 2 ช่วงวันที่ 26 เม.ย. – 25 พ.ค. 64 พาร์ทเนอร์จิตรดี (ป้ายเหลือง) สะสมแต้มได้ 3,200 แต้ม จำนวนวันที่รับงาน 26 วัน และมีคะแนนดาวเฉลี่ย 4.9 พาร์ทเนอร์จิตรดีสามารถผ่านเกณฑ์ทั้ง 3 เงื่อนไข ดังนั้น พาร์ทเนอร์จิตรดีจึงได้ติดคลาส Ultra Pro ในรอบวันที่ 1 – 30 มิ.ย. 64 

หมายเหตุ 

  • สำหรับคำแนะนำข้างต้นเป็นคำแนะนำที่่โกเจ็กวิเคราะห์ให้โดยประมาณเท่านั้น หากคนขับต้องการติดคลาสต่างๆ อาจจะต้องรับงานให้ได้ตามค่าเฉลี่ยที่กำหนดหรือมากกว่านี้ ทั้งนี้พาร์ทเนอร์ต้องมีแต้มขั้นต่ำ, จำนวนวันขั้นต่ำ และคะแนนเฉลี่ยให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้นด้วยเช่นกันค่ะ
  • คนขับคลาส Super Pro-G กับ Super Pro-T เป็นคลาสที่ไลฟ์สไตล์การรับงานต่างกันแต่ได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกัน
  • รายได้เฉลี่ย/เดือนในตารางข้างต้นเป็นการคำนวณโดยประมาณจากโกเจ็ก รายได้ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับงานของคนขับ
  • สำหรับโบนัสอินเซนทีฟจะได้รับตามเงื่อนไขของแต่ละสัปดาห์เหมือนเดิมโดยที่พาร์ทเนอร์คนขับสามารถตรวจสอบตารางโบนัสของตนเองได้ที่เมนูผลงานการขับค่ะ

 วิธีการเช็คคลาสออกตนเองสามารถดูได้ที่ตามภาพค่ะ

 บทความที่เกี่ยวข้อง


ถามมา – ตอบไป

ถาม : SuperPro G & SuperPro T ต่างกันอย่างไร

ตอบ : Super Pro G และ Super Pro T จะต่างกันตรงเงื่อนไขการติดคลาส แต่สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับเหมือนกันค่ะ

ถาม : อยากเป็นคลาส Ultra Pro ต้องทำอย่างไร?

ตอบ : สำหรับพาร์ทเนอร์ป้ายขาวต้องวิ่งงานให้ได้ 2,700 แต้ม รับงาน 23 วัน/เดือน และมีคะแนนดาวเฉลี่ย 4.8ขึ้นไป 

          สำหรับพาร์ทเนอร์ป้ายเหลืองต้องวิ่งงานให้ได้ 3,100 แต้ม รับงาน 26 วัน/เดือน และมีคะแนนดาวเฉลี่ย 4.8ขึ้นไป 

ถาม : ผู้ขับขี่ประเภท Runner หรือ เดินส่งอาหารจำเป็นต้องสะสมแต้มหรือไม่? และได้รับสิทธิประโยชน์หรือไม่

ตอบ : ต้องสะสมค่ะ เนื่องจากแต้มนั้นส่งผลต่อการรับโบนัสอินเซนทีฟในแต่ละวัน สิทธิประโยชน์นั้นจะสงวนให้กับพาร์ทเนอร์คนขับป้ายเหลืองและป้ายขาวเท่านั้น


อัปเดดข้อมูลเมื่อ 24 มกราคม 2564