วิธีการเคลมค่าอาหาร GoFood

เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดไม่ว่าจะเป็นลูกค้าขอยกเลิกรับอาหารในขณะที่พาร์ทเนอร์คนขับได้รับอาหารไว้ในมือ ไม่ต้องตกใจไปค่ะ พาร์ทเนอร์สามารถติดต่อเข้ามาขอค่าเคลมอาหารได้ ซึ่งการขอเคลมค่าอาหารดำเนินการง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว เพราะพาร์ทเนอร์สามารถขอเคลมค่าอาหารผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ซึ่งก็คือการใช้ปุ่ม “ช่วยเหลือ” ในแอป GoPartner ดังนั้น เราจึงจะมาแนะนำเงื่อนไขการขอเคลมค่าอาหารและวิธีการยื่นคำขอเคลมค่าอาหารดังนี้

กรณีที่สามารถเคลมค่าอาหารได้

  • ซื้ออาหารมาแล้วติดต่อลูกค้าไม่ได้
  • เกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางไปส่งอาหาร เช่น เกิดการเฉี่ยว ชน หรือล้ม ทำให้อาหารได้รับความเสียหาย (ทั้งนี้พาร์ทเนอร์จะต้องมีหลักฐานในการยืนยันว่าอาหารเสียหายตอนเกิดอุบัติเหตุ)
  • ลูกค้าเรียกงานซ้ำ ทั้งนี้พาร์ทเนอร์ต้องยืนยันการสั่งซื้อจากลูกค้าแล้ว

กรณีที่ไม่สามารถเคลมค่าอาหารได้

  • อาหารเสียหายจากความประมาทของพาร์ทเนอร์เอง เช่น ตกหล่น ถูกกระแทก หรือถูกเหวี่ยงระหว่างการจัดส่ง
  • ซื้ออาหารผิด ร้านทำให้ผิด หรือซื้ออาหารนอกเหนือรายการ
  • ซื้ออาหารไม่ตรงกับสาขาที่ระบุไว้
  • มีหลักฐานการเคลมไม่ครบถ้วน
  • กรณีอื่นๆ ที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับเคลม

วิธีขอค่าเคลมอาหารผ่านปุ่ม “ช่วยเหลือ”

การขอเคลมค่าอาหาร พาร์ทเนอร์สามารถใช้ปุ่ม “ช่วยเหลือ” ในแอป GoPartner ในขณะรับงาน หรือหลังกดจบงานในการส่งหลักฐานเพื่อขอเคลมค่าอาหาร โดยมีขั้นตอนการขอเคลมค่าอาหาร 2 ตำแหน่ง ดังนี้ (พาร์ทเนอร์คนขับควรปฏิบัติด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ไม่ต้องทำทั้งสองวิธี)


หลักฐานที่ใช้ประกอบการขอเคลมค่าอาหารมีดังนี้

  1. ราคาอาหาร
  2. รูปประวัติการโทรหาลูกค้า (โดยเว้นระยะการโทรทุก 5 นาที จนครบ 3 ครั้ง)
  3. รูปอาหารทุกรายการ
  4. หลักฐานอื่นๆ ถ้ามี

เมื่อพาร์ทเนอร์คนขับกรอกข้อมูลและแนบหลักฐานเรียบร้อย บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องจากหลักฐานที่ส่งมา หากข้อมูลครบถ้วน พาร์ทเนอร์คนขับจะได้รับเงินค่าอาหารคืนตามจริง (สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท / ออเดอร์) ภายในระยะเวลา 7 – 14 วันทำการหลังจากที่ส่งเรื่องเข้ามา โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ยอดกระเป๋าเงินคนขับหรือข้อความทาง SMS


ข้อควรรู้

  • กรณีมูลค่าอาหารน้อยกว่าหรือเท่ากับ 200 บาท ระบบจะทำการอนุมัติค่าเคลมอาหารให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับอัตโนมัติ โดยไม่ต้องนำอาหารมาส่งที่ GoHub สำนักงานใหญ่
  • กรณีมูลค่าอาหาร 800 บาทขึ้นไป พาร์ทเนอร์คนขับจะต้องนำอาหารมาส่งที่ GoHub สำนักงานใหญ่ชั้น 20 เฉพาะวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.30 น. เท่านั้น (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) และโกเจ็กจะมีค่าขนส่งตามหน้าแอปและชดเชยเดินทางในการเข้ามาที่บริษัทอีก 70 บาท / งาน (หากระยะทางเกินกว่า 10 กิโลเมตร จากจุดที่ลูกค้าเรียกมายัง GoHub สำนักงานใหญ่) ทั้งนี้ต้องส่งเรื่องผ่านปุ่ม “ช่วยเหลือ” ในแอปโกพาร์ทเนอร์ก่อน หากอยู่นอกเหนือเวลาทำการคนขับต้องนำอาหารมาให้กับเจ้าหน้าที่ในวันทำการถัดไป 
  • กรณีที่ถูกปฏิเสธว่าไม่ผ่านเงื่อนไขการเคลม เช่น ขาดเอกสารบางอย่าง พาร์ทเนอร์คนขับสามารถกรอกแบบฟอร์มผ่านปุ่มช่วยเหลือ เข้ามาใหม่ได้อีกครั้ง แต่ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนนะคะ

ถามมา – ตอบไป

Q : การขอค่าเคลมอาหารจะต้องอยู่ในเงื่อนไขใดบ้าง?

A :  ซื้ออาหารมาแล้วติดต่อลูกค้าไม่ได้, เกิดอุบัติเหตุจากการถูกคู่กรณีเช่น เกิดการเฉี่ยว ชน หรือล้ม ทำให้อาหารเสียหาย, ลูกค้า / ระบบเรียกงานซ้ำ,ซ้อน

Q : พาร์ทเนอร์สามารถเข้ามาที่สำนักงานใหญ่ทันทีเลยหรือไม่หากต้องการเคลมอาหาร?

A : พาร์ทเนอร์ไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่สำนักงานเพื่อติดต่อค่าเคลม ยกเว้นกรณีที่การขอค่าเคลมมีมูลค่า 800 บาทขึ้นไป คนขับต้องนำอาหารที่ไม่ได้ส่งให้ลูกค้าเอามาให้เจ้าหน้าที่ GoHub ชั้น 20     

Q : พาร์ทเนอร์จะได้รับเงินค่าอาหารคืนกี่วันหลังจากเข้ามาติดต่อขอค่าเคลมอาหาร?

A : พาร์ทเนอร์จะได้รับเงินคืนภายใน 7 – 14  วันทำการ ทั้งนี้หลักฐานในการการขอค่าเคลมจะต้องถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้นะคะ 

Q : พาร์ทเนอร์ต้องขอเคลมภายในเวลาเท่าไหร่?

A : พาร์ทเนอร์ต้องขอเคลมไม่เกิน 24 ชั่วโมง หลังจากที่รับงาน ผ่านช่องทางแอป GoPartner ที่ปุ่ม ”ช่วยเหลือ”

Q : ทำอย่างไร หากร้านอาหารไม่มีใบเสร็จ?

A : ให้พาร์ทเนอร์ถ่ายรูปเซลฟี่หน้าร้านกับอาหารให้ชัดเจน ศึกษาวิธีการถ่ายรูป คลิก

หากมีข้อสงสัยหรือสอบถามอื่นๆ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่ปุ่มช่วยเหลือและอีเมล drivercare.th@gojek.com


อัปเดตข้อมูลเมื่อ 28 ตุลาคม 2563