คลาสรูปแบบใหม่ เพื่อไลฟ์สไตล์ของพาร์ทเนอร์ GET

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกการขับกับระดับคลาสของพาร์ทเนอร์รูปแบบใหม่ โดยนอกจากชื่อคลาสที่เปลี่ยนไปนั้น วิธีการขึ้นติดคลาสก็ต่างจากเดิม ยังรวมไปถึงสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาให้กับพาร์ทเนอร์ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ค่ะ

การติดคลาส

สำหรับการติดคลาสแบบ S, A, B และ C Class จะใช้จำนวนงานสะสม และคะแนนดาวเฉลี่ย แต่สำหรับการติดคลาสแบบใหม่จะแตกต่างกัน โดยจะมีการใช้แต้มสะสม จำนวนวันขั้นต่ำที่ต้องรับงาน และคะแนนดาวเฉลี่ย มาเป็นตัวกำหนดคลาสแทน พาร์ทเนอร์สามารถดูรายละเอียดเพิ่มได้ตามภาพด้านล่าง

คลาสแบบปัจจุบัน (S, A, B, C) คลาสแบบใหม่
จำนวนงาน แต้มสะสม
จำนวนดาวเฉลี่ย จำนวนดาวเฉลี่ย
จำนวนวันขั้นต่ำที่รับงาน

ระดับคลาสใหม่! ของพาร์ทเนอร์เก็ท

 

  • แต้มขั้นต่ำ คือ จำนวนแต้มที่พาร์ทเนอร์สะสมเพื่อให้ได้เป็นคลาสในระดับที่ตนเองต้องการ โดยจำนวนแต้มแต่ละงานจะแตกต่างกันโดยขึ้นปัจจัยด้านเขตและเวลาการรับงาน จะเห็นว่าSuper Pro G มีการสะสมแต้มขั้นต่ำน้อยกว่า Super Pro T เนื่องจาก Super Pro G เป็นกลุ่มคนที่มีอาชีพหลักและวิ่งงานกับGETเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงาน จึงมีจำนวนชั่วโมงในการรับงานน้อยกว่า กลุ่ม Super Pro T ที่มีพฤติกรรมการวิ่งงานแบบเต็มวันในวันที่ตนเองว่างจากงานอิสระ ทั้งนี้คนขับสามารถศึกษาแต้มเพิ่มได้ที่ คลิก
  • จำนวนวันขั้นต่ำที่ต้องรับงานในรอบ คือ จำนวนวันรับงานตามรอบระยะเวลาที่กำหนด และจำนวนวันนั้นจะนับเป็น 1 วันได้ พาร์ทเนอร์ต้องมีการรับงานสำเร็จอย่างน้อย 1 งานในวันนั้น  
  • คะแนนดาวเฉลี่ย คือ คะแนนดาวที่ได้รับจากลูกค้า ซึ่งจะต้องมีค่าเฉลี่ยในรอบนั้นตามที่กำหนด 

 

ทั้งนี้ การติดคลาสจะต้องผ่านเกณฑ์เงื่อนไขทั้ง 3 ข้อก่อนจึงจะได้ติดคลาสในระดับนั้นๆ หากไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่ง พาร์ทเนอร์จะถูกปรับให้ลดเหลือในคลาสที่อยู่ต่ำกว่า เช่น

ตัวอย่าง 1 ช่วงวันที่ 4 มิ.ย. – 1 ก.ค. 63 พาร์ทเนอร์สุรชัยสะสมแต้มได้ 2,700 แต้ม จำนวนวันที่รับงาน 22 วัน และมีคะแนนดาวเฉลี่ย 4.7 

พาร์ทเนอร์สุรชัยจะไม่ได้ติดคลาสเป็นคนขับ Ultra Pro เนื่องจากจำนวนวันรับงานไม่ถึง 26 วัน และมีคะแนนดาวเฉลี่ยไม่ถึง 4.8 ถึงแม้ว่าจะมีแต้มสะสมครบตามที่กำหนดก็ตาม ดังนั้น พาร์ทเนอร์สุรชัยจะติดคลาสในรอบวันที่ 6 ก.ค. – 2 ส.ค. 63 เพียง Super Pro T เท่านั้น

 

ตัวอย่าง 2 ช่วงวันที่ 2 ก.ค. – 29 ก.ค. 63 พาร์ทเนอร์จิตรดีสะสมแต้มได้ 2,700 แต้ม จำนวนวันที่รับงาน 23 วัน และมีคะแนนดาวเฉลี่ย 4.9 พาร์ทเนอร์จิตรดีสามารถผ่านเกณฑ์ทั้ง 3 เงื่อนไข ดังนั้น พาร์ทเนอร์จิตรดีจึงได้ติดคลาส Ultra Pro ในรอบวันที่ 3 – 30 ส.ค. 63 

หมายเหตุ 

  • สำหรับคำแนะนำข้างต้นเป็นคำแนะนำที่เก็ทวิเคราะห์ให้โดยประมาณเท่านั้น หากคนขับต้องการติดคลาสต่างๆ อาจจะต้องรับงานให้ได้ตามค่าเฉลี่ยที่กำหนดหรือมากกว่านี้ ทั้งนี้พาร์ทเนอร์ต้องมีแต้มขั้นต่ำ, จำนวนวันขั้นต่ำ และคะแนนเฉลี่ยให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้นด้วยเช่นกันค่ะ

การแจ้งแต้มสะสม

พาร์ทเนอร์จะได้รับข้อมูลความแจ้งเตือนว่าในช่วงที่กำลังสะสมแต้มอยู่นั้น มีจำนวนแต้มอยู่เท่าไหร่แล้ว และยังขาดอีกกี่แต้ม โดยสามารถเช็คข้อความได้ผ่านทางแอพฯ คนขับทุกวันพฤหัสบดีของการทำรอบค่ะ

 

ข้อควรรู้

  • สำหรับพาร์ทเนอร์ที่คิดว่าตนเองจะติดคลาส Ultra Pro ในทุกรอบ บริษัทฯ จะมีการส่งข้อความผ่านแอพฯ คนขับให้กรอกลงทะเบียนแสดงความสนใจในการเป็น Ultra Pro เข้ามาทุกช่วงเริ่มต้นสัปดาห์ที่ 3 ของการทำรอบสะสม เช่น หากเริ่มในช่วงวันที่ 4 มิ.ย. – 1 ก.ค. 63 เก็ทก็จะส่งข้อความช่วงวันที่ 17-19 มิ.ย. 63 ให้คนขับกรอกค่ะ 
  • หากคนขับผ่านเงื่อนไข 3 ข้อ ของ Ultra Pro แต่ไม่ได้กรอกลงทะเบียนเข้ามา จะถือว่าไม่ติดคลาส Ultra Pro ในรอบนั้น ดังนั้น โปรดติดตามข้อความจากบริษัทฯ ให้ละเอียดทุกครั้ง

 

การตัดรอบและการปรับคลาส

การตัดรอบของ S, A, B และ C Class จะทำเป็นรายเดือน กล่าวคือจะต้องทำรอบงานให้ครบเดือนก่อนและประกาศคลาสและใช้สิทธิ์ในเดือนถัดไปตลอดทั้งเดือน แต่สำหรับคลาสแบบใหม่นี้ บริษัทจะกำหนดรอบการสะสมและการติดคลาสให้ ดังนี้ค่ะ

 

ระยะเวลาทำแต้มสะสม ระยะเวลาที่ติดคลาสและได้รับสิทธิ์
4 มิ.ย. – 1 ก.ค. 63 6 ก.ค. – 2 ส.ค. 63
2 – 29 ก.ค. 63 3 – 30 ส.ค. 63
30 ก.ค. – 26 ส.ค. 63 31 ส.ค. – 27 ก.ย. 63

และสำหรับในครั้งถัดไปบริษัทจะประกาศให้ทราบอีกครั้งค่ะ

สิทธิประโยชน์สำหรับพาร์ทเนอร์

สำหรับเดือนมิ.ย. 63 นี้ พาร์ทเนอร์จะยังติดคลาสแบบเก่าอยู่คือ S, A, B และ C Class และยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้แบบเดิม และจะเริ่มใช้สิทธิประโยชน์แบบใหม่ได้ในรอบตามที่เก็ทระบุไว้ด้านบน ซึ่งสิทธิประโยชน์ต่างๆ จะมีทั้งส่วนที่เป็นเงินโบนัสต่างๆ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ทางด้านประกัน และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ดังนี้

(ภาพสิทธิประโยชน์สำหรับพาร์ทเนอร์ป้ายขาว)

 

  • รายได้เฉลี่ย คือ ยอดเงินโบนัสกับค่าเที่ยวที่รวมกัน และมาจากการวิ่งรับงานเก็ท ตัวเลขที่แสดงผลเป็นเพียงค่าเฉลี่ยแต่ละคลาสเท่านั้น ทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับการวิ่งงานของพาร์ทเนอร์ด้วยเช่นกัน ยิ่งวิ่งมากยิ่งมีโอกาสได้รายได้รวมสูง

 

  • ระบบเห็นงานก่อนใคร คือ  ระบบที่ให้คนขับที่มีประวัติการรับงานถึงเกณฑ์ที่กำหนด มีสิทธิ์รับงานก่อนคนขับท่านอื่นที่อยู่ในร้านอาหารละแวกเดียวกัน สิทธิประโยชนี้จะใช้ได้กับคนขับที่ติดคลาสเป็น Ultra Pro เท่านั้น
  • ช่องทางติดต่อพิเศษ คือ การให้สิทธิ์กับพาร์ทเนอร์ติดต่อในช่องทางเพิ่มเติมจากปกติ
  • แถวพิเศษที่ศูนย์บริการคนขับ คือ การให้สิทธิแถวบริการพิเศษกับคลาส Ultral Pro ในเรื่องการซื้ออุปกรณ์คนขับ, ขอคำปรึกษาการใช้แอพฯ และขอหนังสือรับรองเงินเดือน ซึ่งแถวบริการพิเศษนี้จะให้ใช้ได้ที่ศูนย์บริการคนขับเก็ทชั้น 20
  • ประกันอุบัติเหตุ / ประกันภัยรถจักรยานยนต์ / ประกันสุขภาพ คือ ประกันต่างๆ ที่เก็ทได้ช่วยเหลือกับพาร์ทเนอร์ให้มีสิทธิ์ใช้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
  • Instawash คือบริการล้างรถคู่ใจที่ใช้ได้กับคนขับทุกคลาส อ่านเพิ่มเติม
  • Bikeman คือศูนย์บริการดูแลรถคู่ใจแบบครบวงจร อ่านเพิ่มเติม

หมายเหตุ 

  • คนขับคลาส Super Pro-G กับ Super Pro-T เป็นคลาสที่ไลฟ์สไตล์การรับงานต่างกันแต่ได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกัน
  • รายได้เฉลี่ย/เดือนในตารางข้างต้นเป็นการคำนวณโดยประมาณจากเก็ท รายได้ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับงานของคนขับ
  • สำหรับโบนัสอินเซนทีฟจะได้รับตามเงื่อนไขของแต่ละสัปดาห์เหมือนเดิมผ่านทางการ์ดข้อความบนแอพฯ คนขับ

 


ถามมา – ตอบไป

ถาม : SuperPro G & SuperPro T ต่างกันอย่างไร

ตอบ : Pro G คือคนขับที่วิ่งงานได้ 1,250 แต้ม รับงาน 13 วัน/เดือน คะแนนดาวเฉลี่ย 4.6 ขึ้นไป

          Pro T คือคนขับที่วิ่งงานได้ 1,150 แต้ม รับงาน 23 วัน/เดือน คะแนนดาวเฉลี่ย 4.6 ขึ้นไป และสำหรับสวัสดิการที่ได้รับเหมือนกันค่ะ


ถาม : ต้องการ point สูงสุดต้องทำอย่างไร

ตอบ : ดูคำแนะนำที่ Guideline


ถาม : อยากเป็นคลาส Ultra Pro ต้องทำอย่างไร?

ตอบ : วิ่งงานให้ได้ 2,700 แต้ม รับงาน 23 วัน/เดือน และมีคะแนนดาวเฉลี่ย 4.8ขึ้นไป 


ถาม : คนขับจะทราบผ่านช่องทางใด ว่าตนเองอยู่คลาสไหน

ตอบ : ทางกล่องข้อความในแอพฯ คนขับค่ะ


ประกาศข้อมูลเมื่อ 1 มิถุนายน 2563