ต้อนรับ 3 ฟีเจอร์ใหม่บนแอปโกพาร์ทเนอร์

 

เพื่อให้พาร์ทเนอร์คนขับสร้างรายได้และเติบโตไปพร้อมกับองค์กรของเรา โกเจ็กจึงได้พัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ บนแอปโกพาร์ทเนอร์ถึง 3 ฟีเจอร์ด้วยกัน จะมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

 

1. การให้คะแนนลูกค้า ⭐

โกเจ็กได้พัฒนาแอปโกพาร์ทเนอร์ให้คนขับสามารถให้คะแนนลูกค้าหลังจบงาน ซึ่งเหตุผลสำคัญที่เราได้พัฒนาให้ฟีเจอร์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากเราต้องการรับฟังความคิดเห็นจากทั้งสองฝ่าย เพื่อนำมาพิจารณาในกรณีที่ออเดอร์นั้นๆ มีปัญหาเกิดขึ้น นอกจากนี้เราขอให้คนขับให้คะแนนลูกค้าตามข้อเท็จจริง

วิธีการให้คะแนนลูกค้า ⭐
  1. เลือกให้คะแนนได้ตั้งแต่ 1 – 5 ดาว ได้ทุกบริการทั้ง โกฟู้ด โกไรด์ และโกเซ็นด์
  2. สามารถระบุเหตุผลได้ หากคนขับต้องการอธิบายเพิ่มเติม
คำแนะนำในการให้คะแนนลูกค้า ⭐
  • การให้คะแนนลูกค้าของคนขับ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะคนขับจะได้มีโอกาสได้ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในการรับงาน ในกรณีที่งานนั้นๆ มีปัญหาเกิดขึ้น ซึ่งระบบจะไม่แสดงผลคะแนนของคนขับให้ผู้โดยสารทราบ 
  • เมื่อคนขับกดรับงานระบบจะแสดงเรตติ้งของลูกค้าให้คนขับทราบ ซึ่งจะช่วยให้คนขับได้รู้พฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้า
  • หากคนขับต้องการอธิบายพฤติกรรมของลูกค้าเพิ่มเติมแนะนำให้ใช้ภาษาสุภาพในการอธิบาย ไม่แนะนำให้ใช้คำพูดหยาบคายในการแสดงความคิดเห็น
ตัวอย่างข้อความการอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับลูกค้า ⭐
  • ลูกค้าพูดจาน่ารักแถมให้ทิปด้วยครับ
  • ลูกค้าลงมารอหน้าตึกไม่ปล่อยให้รอนานครับ

2. ลดการติดต่อลูกค้าด้วยปุ่ม “ฉันมาถึงแล้ว” จากงานโกไรด์ (GoRide) 🏍

การรับงาน GoRide เราได้เพิ่มปุ่มให้คนขับสามารถเลื่อนปุ่มสถานะการทำงานเมื่อคนขับมาถึงจุดรับลูกค้าแล้ว เพื่อให้ลูกค้าของเราทราบความเคลื่อนไหวของพาร์ทเนอร์คนขับได้ว่า “ฉันมาถึงแล้ว” โดยฟีเจอร์นี้จะเริ่มทยอยให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.64 ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับป้ายเหลืองบางส่วน และครบทุกคนภายในเดือนมีนาคม 2564

มีปุ่มนี้ดีอย่างไร?🏍

ลูกค้าจะได้เห็นสถานะการทำงานของคนขับเมื่อมาถึงจุดรับ 


3. พิเศษ ! สำหรับงานโกไรด์ (GoRide) ลูกค้าไม่ใส่หน้ากากอนามัย ยกเลิกงานได้ไร้ความกังวล 🏍

ความปลอดภัยของคนขับสำคัญกับเรา เพราะคุณคือบุคคลที่เชื่อมโยงระหว่างบริษัทกับลูกค้าด้วยการบริการที่ดีมาสม่ำเสมอ โกเจ็กจึงห่วงใยพาร์ทเนอร์ที่รับงานรับ-ส่งผู้โดยสาร (GoRide) เพราะคนขับจะมีโอกาสใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุด และบางครั้งคนขับอาจไม่ประสงค์ที่รับส่งลูกค้าที่ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ดังนั้น เราจึงอำนวยความสะดวกให้คนขับด้วยการเพิ่มหัวข้อ การยกเลิกงาน กรณี “ลูกค้าไม่ใส่หน้ากากอนามัย” ซึ่งคนขับจะสามารถยกเลิกงานได้เมื่ออยู๋ในรัศมี 160 เมตรจากจุดรับค่ะ

ยกเลิกงานกรณี “ลูกค้าไม่ใส่หน้ากากอนามัย” เสียคะแนนผลงานการขับหรือไม่ ? 🏍

ไม่ต้องกังวลค่ะ การยกเลิกงานในกรณีนี้ไม่มีผลกระทบต่อเปอร์เซ็นต์การรับงานของคนขับ เนื่องจากโกเจ็กมองเห็นว่าคนขับต้องป้องกันตนเองในช่วงแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงคิดค้นทางเลือกให้คนขับสามารถยกเลิกงานได้โดยที่ไม่มีผลกระทบต่อการรับงาน ที่สำคัญคนขับต้องยกเลิกงานเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริงเท่านั้น หากคนขับมีเจตนากดยกเลิกงานที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทางฝ่ายควบคุมคุณภาพคนขับจะทำการตรวจสอบและลงโทษตามกฎระเบียบของบริษัท 


ถามมา – ตอบไป

ถาม : พาร์ทเนอร์คนขับสามารถปิด/เปิด ฟังก์ชั่นเหล่านี้ได้หรือไม่

ตอบ : ไม่สามารถเลือกเปิด/ปิดฟังก์ชั่นนี้ได้นะคะ

ถาม : การให้คะแนนมีผลกระทบต่ออินเซนทีฟและผลงานการขับหรือไม่ ?

ตอบ : ไม่มีผลกระทบค่ะ คะแนนของลูกค้าทางโกเจ็กจะรวบรวมข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน หากเกิดเหตุการณ์ที่เป็นข้อพิพาทค่ะ

ถาม : จำเป็นต้องให้คะแนนผู้โดยสารทุกครั้งหรือไม่? หากไม่ให้คะแนนมีผลอย่างไร?

ตอบ : ไม่จำเป็นต้องให้คะแนนลูกค้าทุกงานเสมอไป  

ถาม : ผู้โดยสารจะสามารถเห็นการให้คะแนนของคนขับหรือไม่?

ตอบ : ผู้โดยสารไม่สามารถเห็นการให้คะแนนของคนขับได้ค่ะ 

ถาม: คนขับสามารถแก้ไขคะแนนหลังจากกดส่งไปแล้ว ได้หรือไม่?

ตอบ : ไม่สามารถแก้ไขคะแนนในภายหลังได้ค่ะ ก่อนให้คะแนนขอให้คนขับพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนกดส่งคะแนนค่ะ

ถาม : ลูกค้าไม่มีหน้ากากอนามัย และไม่ยินยอมให้คนขับยกเลิกงาน จะต้องทำอย่างไร?

ตอบ : พาร์ทเนอร์สามารถให้เหตุผลเรื่องสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ให้กับลูกค้าฟังได้ และเป็นนโยบายปฏิบัติที่สากลได้กำหนดไว้

ถาม : ฟังก์ชั่นต่างๆ จะเริ่มใช้งานได้เมื่อไหร่

ตอบ : ฟังก์ชั่นต่างๆ จะเริ่มอัปเดทให้ใช้ได้ในวันที่ 1 มีนาคม 2564

ถาม : ฟีเจอร์ที่ 2-3 ใช้สำหรับงาน GoRide ซึ่งจะใช้ได้สำหรับพาร์ทเนอร์คนขับเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ตอบ : ใช่ค่ะ ดังนั้นพาร์ทเนอร์คนขับป้ายเหลืองเท่านั้นที่จะได้ใช้งานฟีเจอร์ทั้ง 2 นี้

 

ประกาศข้อมูลเมื่อ 28 กุมภาพันธ์  2564